ถ้าร่างกายขาดวิตามินเอ

การดำรงมีชีวิตอยู่ได้นอกจากจะมีปัจจัยของที่อยู่อาศัยแล้ว อีกหนึ่งสำคัญเลยคือจะต้องมีอาหาร เพราะร่างกายของเรานั้นมีความจำเป็นที่จะต้องได้รับสารอาหารเข้าไป เพื่อทำให้ร่างกายมีแหล่งพลังงาน แหล่งพลังงานเหล่านี้จะเป็นสิ่งที่ร่างกายดึงออกมาใช้ในการทำกิจกรรมในแต่ละวัน และแหล่งอาหารเหล่านี้จะถูกร่างกายนำไปล่อเลี้ยงอวัยวะต่างๆของร่างกาย ให้มีระบบทำงานที่ปกติไม่มีปัญหา ซึ่งสารอาหารบางอย่างในร่างกายของคนเรานั้นสามารถที่จะสร้างและผลิตขึ้นมาเองได้

โดยที่เราอาจจะไม่ต้องเติมสารอาหารเหล่านั้นเข้าไปช่วยทดแทนอย่างเช่นคอลลาเจน ที่ร่างกายสามารถผลิตขึ้นมาเองได้ภายในร่างกาย แต่ก็จะมีสารอาหารบางประเภทที่ร่างกายนั้นไม่สามารถผลิตขึ้นมาได้เอง และยิ่งไปกว่านั้นเป็นสารอาหารที่ร่างกายต้องการ นั้นก็คือ สารอาหารประเภทวิตามิน วิตามิน คืออะไร? วิตามิน คือ กลุ่มสารอินทรีย์ ที่ร่างกายนั้นไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้ จะต้องได้รับจากอาหารจำพวก พืชผักต่างๆ ซึ่งร่างกายมีความต้องการในปริมาณที่ไม่มาก แต่ควรพอเหมาพอดี

เพื่อจะใช้วิตามินร่วมกับสารอาหารอื่นๆ ให้ร่างกายได้ทำงานอย่างปกติ แม้ว่าวิตามินจะไม่ให้พลังงานต่อร่างกาย แต่มันจะถูกนำไปใช้เพื่อสร้างพลังงาน ไม่ได้เป็นโครงสร้างหรือเป็นส่วนประกอบสำคัญต่อเซลล์และเนื้อเยื่อ แต่จะช่วยเข้าไปควบคุมระบบการทำงานของการเผาผลาญ และสร้างสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย ซึ่งในบทความนี้เราจะยกวิตามินตัวหนึ่งมาพูดถึงกัน นั้นก็คือ วิตามินเอ (Retinol) เป็นกลุ่มวิตามินที่ละลายในไขมันและเป็นวิตามินอีกประเภทที่ร่างกายต้องการ เพราะประโยชน์ของวิตามินเอ ได้แก่ ช่วยบำรุงสายตา ช่วยแก้โรคตาพล่ามัวในตอนกลางคืน ช่วยเสริมสร้างให้กระดูกและฟันแข็งแรง

ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงและต้านทานให้ระบบการหายใจ สำหรับบุคคลที่ขาดสารอาหารอย่างวิตามินเอจะมีผลเสียคือ มีปัญหาเรื่องสายตา การมองเห็น โดยเฉพาะตอนกลางคืนที่ถึงแม้ว่าปกติเราจะมองอะไรไม่ค่อยเห็นในที่มืดอยู่แล้ว จะยิ่งทำให้เรามีปัญหาในการมองไม่ชัดมากขึ้นไปกว่าเดิม

และในเรื่องของสุขภาพผิว ผิวพรรณจะแห้งไม่มีความชุ่มชื้น ทั้งนี้ยังรวมไปถึงอาการป่วยหรือเป็นโรคได้ง่าย เพราะถ้าหากขาดสารอาหารประเภทวิตามินเอจะทำให้เป็นคนที่ภูมิต้านทานต่ำ ติดเชื้อได้ง่าย เพราะฉะนั้นแล้วควรทานอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินเอ แหล่งอาหารทางธรรมชาติที่มีวิตามินเออยู่มากได้แก่ ผักและผลไม้ที่มีสีเหลือง ส้ม แดง เขียวเข้ม ตับ เนย และ ไข่แดง หรือตัวช่วยอีกทางเลือกก็คือ การทานหารเสริมนั้นเอง

แต่ถึงอย่างไรนั้นก็ควรในปริมาณที่เหมาะสม อย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้นว่า ถึงแม้ว่าร่างกายจะไม่ได้ต้องการในปริมาณมาก เพราะว่าร่างกายไม่สามารถผลิตวิตามินขึ้นเองได้ แต่ร่างกายก็ยังมีความต้องการอยู่ เราก็ควรที่เติมเต็มส่วนนี้ให้เพียงพอ

 

ขอบคุณที่ให้การสนับสนุนเรื่องราวโดย  แทงหวยออนไลน์

ระบบทางเดินหายใจ

เรานั้นเชื่อว่าในตอนนี้เรานั้นจะได้ยินข่าวที่ทำให้ระบบทางเดินหายใจของเรานั้นเกิดที่จะเป็นโรคเพราะว่าเกิดจากการที่เรานั้นได้รับมลพิษทางอากาศ  ทางบนท้องถนนที่ทำให้เรานั้นเกิดที่จะเป็นโรคนั้นได้ง่ายอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นฝุ่นที่อยู่ทางอากาศ หรือว่าจะเป็น ควันจากท้องถนนหรือว่าฝุ่นควันที่ทำกับข้าวที่เรานั้นต้องเดินไปขึ้นรถต่างๆเพราะว่าทำให้เรานั้นได้รับสารพิษต่างๆก็ทำให้ร่างกายของเรานั้นเกิดอาการที่ผิดปกติ  และเมื่อเข้าไปในร่างกายนั้นก็ทำให้ไปสะสม 

เมื่อฝุ่นละอองนั้นเล็กมากแค่ไหนนั้นก็ทำลายร่างกายมากเท่านั้น  

เมื่อเรานั้นพูดถึงเรื่องของฝุ่นนั้นก็ทำให้เรานั้นรู้สึกว่าเป็นอันตรายแก่เรานั้นเพราะว่าฝุ่นนั้นมีขนาดที่เล็กมากเท่าไหร่นั้นก็ทำให้เข้าสู่ร่างกายของเรานั้นได้มากที่สุด และก็ทำลายสุขภาพของเรานั้นอย่างมาก และเมื่อเรานั้นสูดดมเข้าไปในร่างกายและก็เมื่อที่มีขนาดที่เล็กนั้นก็สามารถที่จะเข้าไปถึงปอดและทางเดินหายใจนั้นได้  และก็เข้าไปในกระแสเลือดนั้นได้ 

    มลภาวะจากฝุ่นนั้นละอองนั้นในอากาศนั้นมีหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นฝุ่นที่เป็นแบบว่าขี้ผง  หรือว่าเป็นฝุ่นที่เป็นขี้เถ้า หรือว่าฝุ่นจากควันท่อไอเสีย ที่คนเรานั้นทำให้เกิดมลภาวะเสียรวมไปถึงโรคงาน  และสางก่อสร้างนั้นมากมาย ก็เป็นการที่ทำให้เกิดฝุ่นหรือว่าทางอากาศที่คนเรานั้นชอบที่จะเผา หมอกควัน ที่เกิดจากคนที่ทำไร่ทำสวนนั้นเกิดการเผานั้นก็ส่งผลในทางอากาศเหมือนกัน  

ผลกระทบจาการที่เรานั้นได้รับฝุ่นนั้นก็ทำให้ร่างกายของเรา

ซึ่งเดียวนี้นั้นเรานั้นคิดว่าทุกคนนั้นก็รู้ว่ามลพิษทางอากาศที่ทำให้เรานั้นรับสูดอากาศที่ไม่ดีต่อร่างกายซึ่งเป็นมลภาวะทางอากาศที่ทำให้ร่างของเรานั้นแย่มาก ซึ่งอาจจะเข้าไปสะสมในร่างกายของเรานั้นจะทำให้เรานั้นมีอายุที่สั้นลงเนื่องจากบ้านเรานั้นมีมลภาวะที่เป็นพิษนั้นมากมาย  ยิ่งถ้าเรานั้นอยู่ในเมืองนั้นก็จะทำให้เรานั้นเสี่ยงอย่างมากเพราะว่าเรานั้นต้องเจอกับอะไรนั้นหลายอย่าง อย่างเช่นก่อนที่เรานั้นจะไปทำงานนั้นเราก็ต้องไปยืนรอรถและเรานั้นต้องเจอกับฝุ่นควันที่เรานั้นไก้รับ จากนั้นเราก็จะได้ฝุ่นจากการที่เรานั้นทำงานอีกเพราะว่ายิ่งเรานั้นทำงานเกี่ยวกับการเย็บผ้านั้นเรานั้นก็จะได้รับฝุ่นจากการที่เรานั้นเย็บผ้านั้นอีก   ซึ่งคนไทยเรานั้นจะรับฝุ่นที่เข้าไปในร่างกายนั้นอย่างมาก และทำให้เรานั้นเสี่ยงต่อโรคนั้นอีกมากมาย จากมลภาวะของคนที่เรานั้นทำให้เกิดอากาศที่เสีย 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  Kardinal stick

อาการคันหู

เชื่อว่าทุกคนทั้งเด็กและผู้ใหญ่คงเคยมีอาการคันหูด้วยกันทั้งนั้น แล้วรู้หรือไม่ว่าอาการคันหูเกิดมาจากสาเหตุอะไร และอันตรายต่อหูของเราหรือไม่   คุณรู้หรือไม่ว่าข้างในหูของคนเรานั้นมีเส้นประสาทที่บอบบางมากมาย และเส้นประสาทเหล่านี้ยังไวต่อการสัมผัส ดังนั้นหากมีอะไรที่ไปทำให้เส้นประสาทเกิดอาการระคายเคืองก็จะส่งผลให้เราคันในรูหูได้  ส่วนสาเหตุที่ทำให้เกิดการระคายเคือง เช่น การแพ้สารเคมี การติดเชื้อในหู การใช้หูฟัง หรือคันเพราะสาเหตุมาจากมีขี้หูเยอะเกินไปก็ได้ และที่สำคัญหากมีมดหรือแมลงเข้าไปในหู ก็สามารถเป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการคันหูได้เช่นกัน

         สำหรับคนที่มีอาการคันหูแล้วมีอาการอย่างอื่นร่วมด้วยเช่น มีเลือดออก หรือมีของเหลวไหลออกมาจากหู หรือการที่อยู่ดีๆแล้วไม่ได้ยินเสียง ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจรักษาอาการ ซึ่งทางแพทย์จะมีการส่งเข้าไปตรวจสอบสแกนข้างในหูเพื่อหาความผิดปกติ 

          การรักษาอาการคันหูมีหลายวิธีขึ้นอยู่กับว่าสาเหตุที่คันนั้นมาจากอะไรเช่น

  • หากเกิดจากผิวผนังด้านในหูแห้ง ก็สามารถรักษาด้วยการใช้เบบี้ออยล์ เพราะจะทำให้ผิวในหูนิ่มลงสามารถรักษาอการผิวในหูแห้งได้
  • หากเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียในหู จะรักาษด้วยการใช้ยาปฏิชีวนะที่เป็นครีมชี้ผึ้งทาในหู
  • หากหูเกิดการอักเสบ รักษาด้วยการใช้ยาสเตียรอยด์แบบครีมขี้ผึ้งทาในหู
  • หรือใช้ยาหยอดหูเพื่อรักษาอาการอักเสบและฆ่าเชื้อโรคภายในหู

          สำหรับยาที่แพทย์สั่งจ่ายให้ผู้ป่วยไปใช้ทารักษานั้น ผู้ป่วยจะต้องทำตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด อย่าหยุดยาเองโดยที่แพทย์ยังไม่ได้สั่ง และหากผู้ป่วยมีอาการของโรคเยื่อแก้วหูอักเสบห้ามใช้ยาหยอดหูหรือครีมทาในหูโดยเด็ดขาด เพราะไปสร้างความเสียหายให้กับแก้วหูมากยิ่งขึ้นไปอีก   อาการที่พบความผิดปกติในช่องหูนั้นล้วนสำคัญทุกอาการ เราไม่ควรคิดหาวิธีการรักษาเอง เพราะหากรักษาแบบผิดวิธีจะมีผลต่อการได้ยินของหูของเราได้ ซึ่งเสี่ยงต่อการเป็นโรคหูหนวก ดังนั้นหากพบปัญหาเกี่ยวกับหูควรไปพบแพทย์เฉพาะทางให้ช่วยรักษาจะเป็นการดีที่สุด และสำหรับการดูและตัวเองเบื้องต้นคือ หากเรามีขี้หูอุดตันเป็นจำนวนมากควรใช้น้ำยาหยอดหูเพื่อละลายขี้หู และหากเวลาที่เรามีอาการคันหูอย่าใช้อะไรแหย่เข้าไปในหูโดยเด็ดขาดเพราะอาจแหย่ไปโดนแก้วหูฉีกขาดทำให้หูหนวกได้

 

สนับสนุนโดย  เครื่องช่วยฟัง

สุดยอดผลไม้ที่ควรจะกินทุกวันสำหรับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์

อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าผลไม้กินแล้วมีประโยชน์ต่อร่างกายเป็นอย่างมากสำหรับคนทุกคนไม่เว้นแต่คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ก็ควรจะกินผลไม้ทุกวันด้วยควรจะจัดผลไม้ รวมเข้าไปในมื้ออาหารแต่ละมื้อยิ่งกินทุกวันวันละสามมื้อได้ยิ่งดีหรือจะกินมากกว่านั้นก็ได้การกินผลไม้ไม่ได้ส่งผลเสียต่อร่างกายแต่กลับส่งผลดีทั้งต่อตัวคุณแม่เองและต่อลูกน้อยที่อยู่ในครรภ์ซึ่งสารอาหารที่ได้จากผลไม้ไม่ว่าจะเป็นกรดโฟลิกหรือพวกวิตามินต่างๆก็จะมีส่วนช่วยให้ลูกในท้องมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์สมองได้รับการพัฒนาและมีภูมิคุ้มกันโรคภัยต่างๆได้มากมาย

วันนี้เราจะมาแนะนำปลดไม้ที่ควรกินและหาซื้อง่ายราคาไม่แพงที่เหมาะกับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์มาฝากกันค่ะ

1 แอปเปิ้ลสำหรับผลเม้ชนิดนี้เราสามารถหาซื้อได้ทุกฤดูกาลและราคาก็ไม่แพงจนเกินไปมากนักที่สำคัญหาซื้อได้ง่ายมากทั้งตามตลาดสดและตามซุปเปอร์มาร์เก็ตในห้างสรรพสินค้าทุกแห่งทั่วประเทศ ผลไม้ชนิดนี้จะเต็มไปด้วยวิตามินเอวิตามินบีและวิตามินอีรวมถึงยังมีสังกะสีซึ่งสารอาหารที่กล่าวมาทั้งหมดนี้จะเข้าไปช่วยสร้างความแข็งแรงให้กับทารกที่อยู่ในท้องป้องกันไม่ให้เด็กเป็นโรคหืดหอบและโรคเรือนกวางที่สำคัญยังเข้าไปเสริมสร้างร่างกายของทารกให้แข็งแรงตั้งแต่อยู่ในท้องของแม่

2 กล้วยเป็นผลไม้พื้นพื้นที่หาซื้อกินได้ตามสถานที่ทั่วไปทั้งตลาดสดในห้างสรรพสินค้าแม้แต่ตามเซเว่นก็ยังมีขายอยู่ที่สำคัญบางบ้านอาจจะปลูกกินเองกล้วยสามารถหาซื้อได้ง่ายและราคาถูกแล้วยังมีประโยชน์เพราะกลัวจะเต็มไปด้วยวิตามินต่างๆทั้งวิตามินซีและบีหกรวมถึงมีแมกนีเซียม  โพแทสเซียม รวมถึงมีโฟเลทมากอีกด้วยซึ่งสารอาหารเหล่านี้จะช่วยในเรื่องของการลดความเสี่ยงการเกิดเลือดออกในสมองและยังช่วยป้องกันไม่ให้คอดก่อนกำหนดอีกด้วยดังนั้นคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ในหนึ่งสัปดาห์ควรจะต้องกินกล้วยก็ไปอย่างน้อยสัปดาห์ละสองถึงสามวัน

3.ส้มอีกหนึ่งผลไม้ที่ควรค่าแก่การกิน ส้มอุดมไปด้วยวิตามินซีและยังมีโฟเลตสูงซึ่งส้มจะช่วยเหลือคุณแม่อย่างมากในการที่เข้าไปสร้างเม็ดเลือดแดงและยังส่งผลช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดกับทารกไม่ให้พิการตั้งแต่กำเนิดอีกด้วยและในส้มก็ยังหาซื้อง่ายทั้งในตลาดสดตามห้างสรรพสินค้าก็มีส้มขายทุกทุกฤดูกาล

เป็นยังไงกันบ้างคะนี่คือผลไม้ที่หาง่ายราคาถูกที่คุณแม่แม่ควรจะกินทุกอาทิตย์เพื่อที่จะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงทั้งแม่และลูก    

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  วิธีอยู่ร่วมกับคนติดเชื้อเอดส์

คุณแม่ที่กำลังตั้งท้องควรกินผลไม้อะไรบ้าง

คุณแม่ที่กำลังตั้งท้องควรกินผลไม้อะไรบ้างที่จะช่วยให้ลูกน้อยในท้องมีสุขภาพที่แข็งแรง

           อย่างที่เราทราบกันดีว่าอาหารที่คุณแม่กินเข้าไปนั้น สารอาหารจะส่งตรงไปถึงลูกน้อยในครรภ์ดังนั้น คุณแม่ที่กำลังตั้งท้องส่วนมากจึงมักเลือกอาหารที่ดีมีประโยชน์ เพื่อที่จะได้สารอาหารทีครบถ้วนเพื่อนำไปบำรุงสมองและพัฒนาทั้งสมองและกล้ามเนื้อให้กับทารกน้อยในท้อง ซึ่งนอกจากการกินอาหารแล้ว การกินผลไม้ก็มีส่วนทีจะช่วยบำรุงทารกในท้องคุณแม่เหมือนกัน 

มาดูกันว่าในช่วงทีคุณแม่ตั้งท้องนั้น ผลไม้ชนิดไหนบ้างที่กินเข้าไปแล้วจะมีส่วนช่วยเด็กในท้องให้แข็งแรงอย่างไรได้บ้าง สำหรับผลไม้นั้นถือว่าเป็นอาหารที่สมควรอย่างยิ่งที่จะต้องทานมากมากในช่วงที่คุณแม่กำลังมีการตั้งท้อง เพราะในผลไม้จะมีทั้งวิตามิน กรดโฟลิก และเบต้าแคโรทีน ที่จะไปช่วยในเรื่องการพัฒนาสมองของเด็กทารกไม่ให้มีความผิดปกติ รวมทั้งการพัฒนาเซลล์เนื้อเยื่อของสมองทำให้เด็กมีสุขภาพที่แข็งแรงและฉลาด สร้างกระดูกและมีการสร้างภูมิคุ้มกันโรคภัยไข้เจ็บให้กับทารกตั้งแต่อยู่ในท้องของแม่ 

  1. มะม่วง  เป็นผลไม้ตามฤดูกาลที่หากินได้ง่ายมากมีขายทั้งตลาดสดและในห้างสรรพสินค้า และยังมีราคาไม่แพงอีกด้วย ในผลมะม่วงจะมีวิตามินซีสูง ซึ่งเมื่อคุณแม่ที่กำลังท้องกินเข้าไปแล้วในส่วนของการดูแลแม่นั้นจะช่วยลดปัญหาการท้องผูกซึ่งคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์จะพบบ่อยมาก และยังช่วยลดการติดเชื้อตอนที่มีการท้องอยู่อีกด้วย ส่วนผลที่ส่งต่อไปยังลูกนั้นจะช่วยไปสร้างภูมิคุ้มกันให้กับลูกน้อย
  2. แอปริคอต เป็นผลไม้ที่เต็มไปด้วยวิตามิน เอ   ซี และอี และยังมีสาร เบต้าแคโรทีน, ฟอสฟอรัส ซิลิคอน แคลเซียม และโพแทสเซียม โอ้ยเยอะแยะมากมาก ซึ่งสารอาหารต่างต่างเหล่านี้จะไปช่วยในเรื่องของการพัฒนาสุขภาพร่างกายของทารกที่อยู่ในท้องของมารดา และผลต่อแม่ยังช่วยลดความเสี่ยงที่จะเป็นโรคโลหิตจางได้อีกดังนั้นต่อวันจึงควรกินแอปริคอต  2-4 ลูก
  3. สตอร์เบอร์รี่  เป็นผลไม้ในฤดูกาลเช่นเดียวกัน แต่นอกฤดูกาลก็ยังหากินได้อยู่แต่อาจจะมีราคาสูงขึ้นมาหน่อย ซึ่งในสตรอร์เบอร์รี่นั้นมีวิตามินมากมายไม่ว่าจะเป็น เอ ซี  บี1 และบี2 รวมถึง โฟเลต แมกนีเซียม ธาตุเหล็ก สังกะสี และ ฟลาโวนอยด์ เป็นต้น ซึ่งสารต่างต่างเหล่านี้มีส่วนช่วยอย่างมากในการดูแลสมองของทารกไม่ให้ผิดปกติ และยังช่วยเรื่องของการท้องผูกและลดความเสี่ยงในเรื่องของความดันเลือดสูงอีกด้วย

 

สนับสนุนเรื่องราวเกี่ยวกับสุขภาพโดย  ชุดตรวจ hiv

บิ๊กไบค์มือสอง

การแต่งรถบิ๊กไบค์มือสองอย่างไรให้แรง

วิธีการแต่งเครื่องยังไงให้แรง 

สำหรับวิธีการดังต่อไปนี้ไม่ใช่การจัดอันดับแต่ประการใดนะครับ แต่ว่าผมจะเรียงลำดับตามความสำคัญในการแต่ง บิ๊กไบค์มือสอง ว่าอันไหนควรจะแต่งก่อนอันไหนควรจะแต่งทีหลังถ้าพร้อมแล้วก็มาเริ่มกันเลยครับ

 

อันดับที่ 1 การเพิ่มความจุของกระบอกสูบหรือพูดให้ง่ายก็คือการทำให้ลูกโตขึ้นนั่นเองครับ

ซึ่งจะยกตัวอย่างให้เห็นภาพนั่นก็คือ รถจักรยานยนต์คันนึงมีขนาดกระบอกสูบความกว้าง 57mm แล้วก็ช่วงชัก 58mm เมื่อเราหาค่าออกมาแล้วจะได้ 150cc ถ้าเพื่อนๆไปเพิ่มขนาดของกระบอกสูบความโตของลูกสูบเพิ่มขึ้นเป็น 62mm เพื่อนๆจะได้ความจุของกระบอกสูบมาอยู่ที่ 170-180cc ครับซึ่งความจุของกระบอกสูบถ้ายิ่งใหญ่ แรงอัดแรงดันในกระบอกสูบก็จะยิ่งมากขึ้นซึ่งก็หมายความว่ากำลังเครื่องก็จะมากตามด้วยนะครับยิ่ง cc เยอะกำลังยิ่งมาเยอะนั่นเองครับ ส่วนวิธีการขยายกระบอกสูบให้มันกว้างขึ้น ก็จะมีวิธีการหลักๆอยู่ 2 วิธีด้วยกัน หนึ่งคือการนำกระบอกสูบไปคว้านให้มีขนาดที่ใหญ่ขึ้นและก็ใส่ลูกสูบที่มีขนาดใหญ่ขึ้น อย่างที่สองคือการเปลี่ยนเสื้อสูบใหม่ เปลี่ยนกระบอกสูบใหม่แล้วก็เปลี่ยนลูกสูบใหม่

 

อันดับที่ 2 การเปลี่ยนช่วงชัก เพื่อนๆเคยได้ยินคำว่าชักสั้นชักยาวมั้ยครับ

ช่วงชักก็หมายถึงการขยับขึ้นลงของลูกสูบในกระบอกสูบ โดยมีวิธีการแต่งด้วยกันอยู่ 2 อย่างก็คือ การเพิ่มช่วงชักหรือลดช่วงชัก การเพิ่มช่วงชักจะทำให้รถเรามีกำลังต้นค่อนข้างที่จะมากแต่ว่ากำลังปลายจะไม่ค่อยมี ส่วนการลดช่วงชักก็จะเป็นการลดระยะการชักให้สั้นลงรอบเครื่องเราก็จะสูงมากนั่นเองกำลังรถก็จะมาตอนปลายนะครับเรียกว่าไหลปลาย ซึ่งวิธีการแต่งช่วงชักจะมีด้วยกัน 2 วิธีครับ 1คือการเปลี่ยนข้อเหวี่ยงใหม่ 2คือการยืดสลัก การแต่งช่วงชักนั้นเพื่อนๆจะต้องเลือกเอานะครับว่าจะแบบชักสั้นหรือชักยาวเพราะว่าทั้ง 2แบบมีทั้งจุดเด่นและจุดด้อยต่างกันครับ และควรปรึกษาช่างด้วยนะครับว่ารถของเพื่อนเหมาะที่จะทำแบบชักสั้่นหรือชักยาว

 

อันดับที่ 3 อันนี้เพื่อนๆจะทำหรือไม่ทำก็ได้ครับ คือการถ่วงข้อเหวี่ยง

เพราะว่าถ้าเพื่อนเปลี่ยนกระบอกสูบที่มีขนาดใหญ่ขึ้น เครื่องมีขนาด cc ที่ใหญ่ขึ้น แต่ยังใช้ข้อเหวี่ยงเดิมรถของเราก็จะเกิดอาการสั่น เพราะว่าแรงผลักจากลูกสูบจะมีกำลังที่มากขึ้นทำให้การถ่วงน้ำหนักไม่ได้อยู่ที่ศูนย์กลางเครื่องเราก็จะสั่น ลองไปทดสอบกับรถของคนอื่นดูจะเห็นได้ชัดครับ ผมแนะนำให้เพื่อนๆทำการถ่วงไว้จะดีกว่าเพื่อที่ว่าเครื่องจะได้ไม่สั่นเวลาวิ่งในความเร็วที่สูง

 

อันดับ 4 การเพิ่มขนาดของวาวไอดีไอเสีย รวมถึงช่องทางเดินของไอดีไอเสียด้วยนะครับ

เพราะว่าหากเพื่อนๆไปเพิ่มขนาดของกระบอกสูบแล้วเครื่องยนต์ของเราก็ย่อมต้องการอากาศที่มากขึ้นนั่นเองรวมถึงการคายไอเสียด้วย เพราะฉนั้นหากเพื่อนๆไปขยายวาร์วไอดีไอเสียแล้วนะครับ มันก็จะทำให้อากาศไหลเข้าเครื่องได้อยากรวดเร็วแล้วก็สะดวกมากขึ้นด้วยครับแล้วมันยังส่งผลในเรื่องของการลดความร้อนในเครื่องยนต์ด้วย สำหรับคนที่ทำเครื่องใหญ่ๆ cc เยอะๆมันก็จะมีความร้อนสะสม การทำวาร์วใหญ่มันก็จะส่งผลเรื่องการระบายความร้อนที่ดีขึ้นด้วยครับ ส่วนการแต่งจะนิยมการคว้านวาร์วให้ใหญ่ขึ้นแล้วก็ใส่วาร์วที่มีขนาดใหญ่ขึ้นรวมถึงเพื่อนๆอาจจะเปลี่ยนจาก 2 วาร์วเป็น 4 วาร์วก็ได้เช่นกันนะครับอยู่ที่เงินเพื่อนๆจะหนาแค่ไหนยิ่งวาร์วเยอะก็ยิ่งดี เพราะจะได้ช่วยการนำอากาศเข้าห้องจุดระเบิดได้เยอะขึ้น

โซเดียมกับสุขภาพคนในทุกวันนี้

โซเดียมกับสุขภาพคนในทุกวันนี้
กรมการแพทย์ โดยสถาบันโรคทรวงอก เตือนการบริโภคโซเดียมในจำนวนมากเกินกว่า 2,400 มก. หรือมากยิ่งกว่า 1 ช้อนชาต่อวันจะมีผลให้มีการเพิ่มสูงขึ้นของน้ำภายในร่างกายทำให้มีภาวะความดันโลหิตสูงขึ้นนำมาซึ่งการทำให้ไตรวมถึงหัวใจทำงานมากขึ้น หนักขึ้น รวมทั้งบางครั้งอาจจะมีผลในระยะยาวส่งผลให้เกิดโรคหัวใจ โรคเส้นโลหิตสมอง และโรคไตเข้าแทรกตามมา ทั้งนี้มีคำแนะนำเพื่อเป็นแนวทางลดจำนวนโซเดียมในชีวิตประจำวันเพื่อไม่ให้หัวใจแล้วก็ไต ทำงานมากขึ้น

โซเดียมไม่เกิน 1 ช้อนชาต่อวัน
อธิบดีกรมการแพทย์ เผยออกมาว่า โซเดียมเป็นองค์ประกอบของเกลือ ซึ่งเกลือ 1 กรัม จะมีโซเดียมราวๆ 400 มก. โดยร่างกายมีความต้องการโซเดียมราวๆ 2,400 มก.ต่อวัน

โซเดียม เจอได้ในของกินอะไรบ้าง ?
• เกลือโซเดียม หรือเกลือสมุทร

• เครื่องปรุงที่ให้รสเค็ม ยกตัวอย่างเช่น น้ำปลา ซอสถั่วเหลือง ซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วดำ เต้าเจี้ยว ซอสมะเขือเทศ อื่นๆ อีกมากมาย

• ของกินชนิดดอง ตัวอย่างเช่น ผักดอง ผลไม้ดอง ไข่เค็ม ปลาแดก ปลาเค็ม เนื้อเค็ม ฯลฯ

• ขนมอบกรอบ ผงชูรส มีเกลือโซเดียมแฝงเยอะมาก

ดังนั้นเราควรพิจารณาการทานอาหารให้มากขึ้น เลือกกินอาหารที่ดี มีประโยชน์ให้มากขึ้น หลีกเลี่ยงอาหารที่กล่าวมาข้างต้น ว่าพบปริมาณโซเดียมสูง ปัจจุบันโซเดียมมีในอาหารสูงมาก เพราะทั้งเพิ่มความอร่อยแล้ว ยังนิยมใช้เป็นส่วนประกอบในอาหาร หรือ ขนมมากอีกด้วย ทางที่ดีที่สุด คือ การหลบเลี่ยง อาหารโซเดียมสูงนั่นเอง

วิธีดูแลเครื่องช่วยฟังเพื่อให้ใช้งานได้นานยิ่งขึ้น

วิธีการดูแลเครื่องช่วยฟังของแต่ละคนคงไม่เหมือนกัน

แต่จะมีสักกี่คนที่จะดูแลเครื่องช่วยฟังให้ถูกวิธีได้ ซึ่งนั้นก็เป็นการยืดเวลาอายุการใช้งานของเครื่องช่วยยฟังให้มีการใช้งานได้ยาวนานขึ้น หากมีการดูแลที่ถูกต้องแล้วเราก็ไม่จำเป็นต้องไปเสียเงินซื้อเครื่องช่วยฟังบ่อยๆ แต่หากไม่มีการดูแลอย่างถูกวิธีแล้วก็เท่ากับว่าเราต้องจ่ายเงินทิ้งเลยแหละ เพราะต่อให้ซื้อมาใหม่แต่ถ้าไม่มีการดูแลอย่างถูกวิธีก็ต้องเสียเร็วกว่าอายุการใช้งานที่แท้จริงของมันอยู่ดี

ดังนั้นเรามาเรียนรู้วิธีการดูแลเครื่องช่วยฟังเหล่านี้กันดีกว่าว่า ทำอย่างไรที่จะให้เครื่องช่วยฟังมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน

สำหรับเครื่องช่วยฟังที่เราเห็นอยู่ตามร้านต่างๆหรือตามเว็บไซต์ออนไลน์นั้น ส่วนใหญ่จะเป็นแบบอนาล็อกและแบบดิจิตอล ซึ่งหากเรามีการใส่ถ่านหรือแบตของเครื่องช่วยฟังผิดด้าน หรือผิดประเภทอาจส่งผลทำให้เครื่องช่วยฟังเกิดปัญหาต่างๆได้เช่นกัน ซึ่งมันจะเป็นต้นเหตุของการก่อให้เกิดความเสียหายในด้านต่างๆได้เป็นอย่างดี

หากเราซื้อเครื่องช่วยฟังมาใหม่ๆ เราควรศึกษาข้อมูลในการใช้และข้อห้ามอย่างเคร่งครัด และควรปฏิบัติตามวิธีที่แนะนำ เพื่อเป็นการใช้งานอย่างถูกวิธีและเพื่อจะให้เครื่องช่วยฟังอยู่ใช้งานได้อย่างยาวนาน 

ซึ่งหากเรามีการใช้งานอย่างไม่ถูกวิธีหรือมีการลัดขั้นตอน อาจส่งผลเสียให้กับเครื่องช่วยฟังของเรานั่นเอง ซึ่งหากมีการอ่านหรือสอบถามรายละเอียดในการใช้มาอย่างละเอียดเราก็จะสามารถใช้งานได้อย่างถูกวิธีและนั้นก็เป็นการช่วยให้เครื่องช่วยฟังของเราใช้งานได้ยาวนานขึ้นอีกด้วยนะ

เครื่องช่วยฟังส่วนใหญ่เป็นแบบอิเล็กทรอนิกส์ดังนั้น การดูแลหรือเก็บรักษาก็ไม่ควรให้อยู่ในที่ชื้นหรือเปียก แต่นั้นก็ไม่ได้หมายความว่าจะอยู่ในพื้นที่ที่มีความร้อนจัดๆได้ เพราะความร้อนสูงก็สามารถทำให้วงจรในระบบเครื่องช่วยฟังมีปัญหาหรืออาจจะเกิดการเสียหายได้อย่างง่าย 

ดังนั้นควรระวังในการเก็บ ควรเก็บไว้ในที่ที่ไม่มีอากาศร้อนสูงหรือมีอากาศเปียกชื้นนั่นเอง

สิ่งที่ไม่ควรทำกับเครื่องช่วยฟังเป็นอย่างยิ่งนั้นก็คือการโยน เพราะเครื่องช่วยฟังเป็นระบบดิจิตอล ซึ่งการโยนสามารถส่งผลให้ระบบภายในเกิดการกระทบกระเทือนได้ โดยการที่เครื่องช่วยฟังเกิดการกระทบกระเทือนนั้นอาจส่งผลให้ชิ้นส่วนภายในระบบเกิดการเสียหายได้ง่าย ซึ่งสำหรับบางชิ้นส่วนที่อยู่ในระบบนั้นหากเกิดการเสียหายแล้วก็ไม่สามารถซ่อมได้นอกจากจะทำการซื้อใหม่เท่านั้น หรือหากอุปกรณ์หรือเครื่องช่วยฟังของคุณมีปัญหาก็ควรส่งเข้าศูนย์หรือร้านค้าที่มีการรับประกัน ไม่ควรแกะ แงะ หรือทำการซ่อมเองโดยเด็ดขาด

ดูแลร่างกายให้ห่างไกลไขมันพอกตับ

สุขภาพโดยทั่วไปของเรานั้นสำคัญมาก แต่ส่วนใหญ่มักจะมองข้ามและไม่ให้ความสำคัญกับสุขภาพเท่าไหร่นัก เพราะพวกเขามองว่ามันไม่จำเป็น ซึ่งคนเหล่านี้มักจะไม่คิดจะสนใจตนเองจนกว่าร่างกายของเขาจะมีการผิดปกติ พอถึงวันนั้นพวกเขาก็จะทำการหันมาดูแลร่างกาย แต่นั้นก็เป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง เพราะบางครั้งมันก็ไม่ทันแล้วก็เป็นได้ เราลองหันมาดูแลสุขภาพก่อนที่จะเป็น ไขมันพอกตับ หรือก่อนที่สายเกินแก้กันดีกว่า

 

อันดับแรกที่เราควรให้ความสนใจนั้นก็คือ การออกกำลังกาย

ซึ่งหลักการออกกำลังกายหลักๆแล้วนั้นก็เป็นการออกกำลังกายทั่วไป แต่เราต้องรู้จักตนเองให้ดีก่อรนว่า เรานั้นมีโรคอะไรหรือไม่ แล้วโรคที่เราเป็นนั้นควรเหมาะแก่การออกกำลังกายประเภทไหน หรือเราไม่ควรหักโหมในการออกกำลังกายสักเท่าไหร่นัก หรือหากมีการออกกำลังกายแล้วรู้สึกว่ามันเกินกำลังของตนก็ไม่ควรฝืน เพราะมันจะก่อให้เกิดโทษมากกว่าการออกกำลังกายที่ให้ประโยชน์นั่นเอง

การเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์

แน่นอนอยู่แล้วที่เราต้องทราบถึงประโยชน์ในการทานอาหารที่ดีๆ เพราะเราได้เรียนมาตั้งแต่เด็กทุกคนเกี่ยวกับโภชนาการหรือการทานอาหารที่ให้ครบ 5 หมู่ หากร่างกายของเราทานอาหารเหล่านี้ครบแล้วนั้น มันจะเป็นการช่วยเสริมให้ร่างกายแข็งแรง แต่หากมีการทานอาหารที่มากกว่าปกติหรือมากกว่าที่ร่างกายต้องการ การทานอาหารนี้ก็จะนำโทษมาให้แก่เราได้เช่นกัน บางอาหารหรืออาหารบางประเภทไม่สามารถที่จะทานเยอะได้ และหากเรามีโรคประจำตัวอยู่ด้วยละก็ ควรระมัดระวังในการทานอาหารให้มากเป็นพิเศษ เพราะถึงแม้อาหารบางชนิดจะให้ประโยชน์แก่คนทั่วไป แต่อาจจะเป็นโทษต่อโรคบางโรคที่เราเป็นก็ได้เช่นกัน

 การดูแลตัวเองให้สะอาดอยู่เสมอ

สำหรับการดูแลตนเองนั้น ไม่ใช่แค่การออกกำลังกาย หรือการทานอาหารที่มีประโยชน์เพียงเท่านั้น แต่รวมไปถึงการดูแลร่างกายให้สะอาดสะอ้านอีกด้วย เพราะการดูแลตนเองให้เราสะอาดนั้น เป็นการฆ่าเชื้อโรครอบๆตัวของเราได้อีกด้วย

ซึ่งเชื้อโรคเหล่านี้เป็นเชื้อโรคที่มีบางชนิดที่สามารถทำให้เราเกิดเป็นโรคร้ายแรงหรือเป็นต้นเหตุให้เราเป็นโรคร้ายแรงนั้นเอง

ทำลายสมองด้วยสมองพฤติกรรม

คนเราต้องมีทั้งสิ่งที่ชอบและไม่ชอบ บางสิ่งก็ดูเป็นพฤติกรรมที่ชอบทำ บางอย่างก็ไม่ได้อยากทำ และพฤติกรรมบางอย่างก็ทำจนเคยชิน และ กลายเป็นนิสัยติดตัวนั้น ซึ่งพฤติกรรมนั้นประกอบไปด้วยทั้งดีและไม่ดี พฤติกรรมที่ไม่ดีบางอย่างก็สุ่มเสี่ยงต่อการทำลายสุขภาพสมองในระยะยาว ในวันนี้เราจะมาพูดถึงพฤติกรรมทำลายสมองที่คุณอาจทำมันจนชิน

1. ละเลยการกินอาหารเช้า
อาหารเช้าเป็นมื้อที่สำคัญใคร ๆ ก็รู้ เพราะช่วยกระตุ้นเผาผลาญ และเป็นการเติมพลังงานให้เราใช้ไปทั้งวัน แต่ผู้คนส่วนใหญ่มักจะละเลยการกินอาหารเช้า เพราะรีบเร่งเดินทาง และ หน้าที่การงานที่รัดตัวจนทำให้ละเลยอาหารเช้าแล้วไปควบรวมเป็นอาหารกลางวันแทน ซึ่งในความเป็นจริงแล้วขณะที่เรานอนหลับร่างกายทุกอย่างก็ยังทำงานอยู่เสมอ ดังนั้นร่างกายต้องการพลังงานและขาดอาหารมานานประมาณ 6-7 ชั่วโมงนั้น ต้องการอาหารเช้าเป็นอย่างยิ่ง เมื่อคุณละเลยอาหารเช้าและปล่อยให้ท้องว่างไปจนถึงเที่ยงวัน นั่นเท่ากับว่าร่างกายและสมองขาดสารอาหารที่จำเป็นในการหล่อเลี้ยง ซึ่งจะส่งผลเสียในระยะยาว

2. สูบบุหรี่
บุหรี่ไม่ดีต่อสุขภาพ ทำร้ายทั้งผู้สูบและคนรอบข้าง รวมถึงคนที่คุณรัก เป็นสิ่งที่ใครก็รู้กันดี ตัวผู้สูบก็เองด้วย ทั้งนี้สถิติจำนวนผู้สูบบุหรี่ก็ยังคงเพิ่มขึ้นทุกปี ทั้งนักสูบหน้าใหม่ และหน้าเก่าที่เคยห่างไปแล้ว แม้จะมีการรณรงค์อย่างเข้มข้นมากขึ้น จากงานวิจัยในปี 2012 ระบุว่า ชายวัยกลางคนที่สูบบุหรี่ต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลานาน มีโอกาสที่จะเกิดภาวะสมองเสื่อมมากกว่าคนที่ไม่สูบ หรืองานวิจัยในปี 2015 ก็ระบุตรงกันว่า ผู้ที่สูบบุหรี่นั้นมีโอกาสสูงถึง 30 เปอร์เซ็นต์ที่จะมีภาวะสมองเสื่อมหากเปรียบเทียบกับผู้ที่ไม่ได้สูบบุหรี่ มาถึงตรงนี้แล้วยังมีผู้ที่จะอยากเลิอกสูบบุหรี่บ้างหรือยัง สูบบุหรี่มีแต่ผลเสีย นอกจากเสียสุขภาพแล้ว ยังเสียทรัพย์สินในการรักษา และบางครั้งอาจจะเสียคนที่รักไป