แนวทางเลือกแอลกอฮอล์ทำความสะอาดแบบเจล

แนวทางเลือกแอลกอฮอล์ทำความสะอาดแบบเจล พวกเราอาจจะจำเป็นต้องเบาๆปรับนิสัยกับวิถีชีวิตแบบใหม่ที่แปรไป ที่เห็นได้ชัดเจนก็คงจะคือเรื่องของการดูแลสุขลักษณะส่วนตัว การออกไปนอกบ้านในตอนนี้ก็ไม่เหมือนกันกับในสมัยก่อน

แนวทางเลือกแอลกอฮอล์ เพราะเหตุว่าพวกเราจะต้องใส่หน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้า และยังจำต้องพกแอลกอฮอล์เจล หรือแบบสเปรย์เพื่อใช้ฆ่าเชื้อโรค แต่ว่าในขณะนี้แอลกอฮอล์เจลมีขายในตลาดมากไม่น้อยเลยทีเดียว จะเลือกยังไงให้รู้สึกแน่ใจว่าเห็นผล รวมทั้งมีคุณภาพสูงสุด

1.สถานที่จัดจำหน่าย เพราะว่าในขณะนี้แอลกอฮอล์เจล

สเปรย์แอลกอฮอล์ รวมถึงวัสดุอุปกรณ์เพื่อการดูแลรักษาสุขภาพต่างๆมีจัดจำหน่ายโดยธรรมดา แม้กระนั้นสถานที่ที่ต้องการชี้แนะให้เลือกซื้อเป็นร้านขายยาที่มีเภสัชกรรอให้คำปรึกษา นอกเหนือจากที่จะได้ข้อมูลที่ถูกสมควรแล้ว พวกเรายังสามารถเชื่อมั่นเกี่ยวกับมาตรฐานของแอลกอฮอล์เจลเพราะว่าร้านขายยาย่อมมีมาตรฐานสำหรับ  ชุดตรวจ hiv   ในการเลือกผลิตภัณฑ์มาขายมากยิ่งกว่าตามร้าน หรือตามตลาดทั่วๆไป และก็ราคายังตามมาตรฐานอีกด้วย

2.ข้อมูลบนฉลากที่กระจ่างแจ้ง

นับเป็นเรื่องจำเป็นที่คนซื้อไม่สมควรปล่อยทิ้งเป็นอย่างยิ่ง โน่นเป็นข้อมูลที่อยู่บนฉลาก เหตุเพราะข้อมูลบนฉลากนั้นจะก่อให้พวกเราสามารถตกลงใจได้ว่าแอลกอฮอล์เจลนั้นมีคุณภาพมากน้อยแค่ไหน ซึ่งข้อมูลบนฉลากนั้นควรต้องแสดงถึงส่วนประกอบ บอกความเข้มข้น การใช้ วันหมดอายุซึ่งจำต้องมองอย่างละเอียด ถ้าเกิดแอลกอฮอล์เจลนั้นใกล้หมดอายุหรือมีข้อมูลไม่แน่ชัด เสนอแนะให้เลี่ยงการซื้อ

3.ความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ที่พอดิบพอดีเป็น 70 %

ประชาสัมพันธ์ในตลาดนั้นความเข้มข้นของแอลกอฮอล์มีนานัปการมากมาย แม้กระนั้นสำหรับแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อโรคแบบนำพาที่พวกเราต้องการเสนอแนะจะต้องมีความเข้มข้นอยู่ที่ 70 % เพราะเหตุว่าเป็นสัดส่วนที่พอดิบพอดี ไม่ระเหยเร็วจนกระทั่งเหลือเกิน ส่วนแอลกอฮอล์ที่มีความเข้มข้นไม่ถึง 70 % ก็จะมีคุณภาพฆ่าเชื้อโรคได้ลดลง ส่วนแอลกอฮอล์ที่มีความเข้มข้นสูงถึง 95 % ก็จะระเหยเร็วเหลือเกิน แบบที่ยังไม่ทันได้ฆ่าเชื้อโรค

4.บรรจุภัณฑ์น่าไว้วางใจ ไม่เสีย จำต้องปิดสนิท

เรื่องของบรรจุภัณฑ์นั้นก็เกิดเรื่องที่ไม่สมควรไม่มีความเอาใจใส่ เนื่องจากว่าบรรจุภัณฑ์ที่ดีจะช่วยรักษาประสิทธิภาพของแอลกอฮอล์เจลนั้นได้บริบูรณ์ สำหรับวางแบบของบรรจุภัณฑ์เป็นการออกแบบที่เหมาะกับนำพา น้ำหนักจะต้องไม่หนักกระทั่งเหลือเกิน แล้วก็จำต้องใช้สบายแล้วก็ใช้งานง่าย

5.เนื้อแอลกอฮอล์จำต้องตามมาตรฐาน

เนื้อเจลจะต้องเป็นแบบใส ไม่มีสี และไม่แยกชั้นออกมาจากกัน แม้กระนั้นถ้าเกิดจะมีสีบางครั้งก็อาจจะเป็นสีฟ้า เนื่องจากว่าจะเป็นการไม่เจือสีเพิ่มอีก ส่วนเนื้อเจลที่มีคุณภาพเป็นไม่เหนียวหรือเหลวจนกระทั่งเหลือเกิน นอกเหนือจากนี้ในส่วนของกลิ่นก็ไม่สมควรมีกลิ่นแรงเนื่องจากบางทีอาจก่อกวนคนอื่นเมื่อพวกเราจำต้องนำออกไปใช้นอกบ้าน

ยาดมใช้แล้วมีอันตรายหรือไม่

ยาดมนั้นเป็นสารระเหยเข้าสู่ร่างกายผ่านทางช่องจมูกเพื่อที่จะช่วยรักษาและอาการบรรเทาอาการผิดปกติในระบบทางเดินหายใจและระบบประสาทเป็นยาใช้แต่ภายนอก ในหลอดนั้นใช้ได้ทั้งดมและทา 

ยาดมนั้นใช้กับการบรรเทาอาการที่เป็นหวัด คัดจมูกหน้ามืดตาลาย วิงเวียนศีรษะ กำลังเป็นที่นิยมในด้านการผ่อนคลายด้วยกลิ่นบำบัด  ทั้งในหมู่คนยุคใหม่และผู้ใหญ่ สาเหตุเนื่องมาจากการที่เรานั้นรู้สึกว่าวิงเวียนหัวมีอาการที่จะเป็นลม  คลื่นไส้อาเจียน

คุณประโยชน์ของยาดม  องค์ประกอบนั้นหลักเมนทอล  เรียกว่า  เกล็ดสะระแหน่  การบูรและพิมเสน  ซึ่งรวมไปถึงน้ำมันหอมระเหยเหล่านี้จะทำให้รู้สึกเย็นในโพรงจมูก รู้สึกสดชื่น ตื่นตัวได้บ้าง

เมนทอลหรือเกล็ดสะระแหน่  มีลักษณะเป็นผลึกสีขาวมีกลิ่นหอมเย็น  มีอยู่ในน้ำหอมระเหยที่ได้จากใบมิ้นต์หรือที่เรียกว่าใบสะระแหน่ฝรั่ง มีประโยชน์ในการขับลมมักใช้แต่งกลิ่น และรสยาเช่น ยาเคลือบกระเพาะอาหาร มีฤทธิ์เป็นยาชาเฉพาะที่อย่างอ่อนๆ ลดการบวม ของหลอดเลือด ที่จมูก และลดอาการปวด  สารนี้เมื่อสัมผัสกับผิวหนังทำให้รู้สึกเย็น

การบูร   มีลักษณะเป็นเกล็ดมันวาว สีขาว มีกลิ่นที่หอมแบบเย็นเดิมสกัดจากต้นการบูรแต่ปัจจุบัน เป็นสารสังเคราะห์เนื่องจากทำได้ง่าย ราคาถูกกว่าสกัดจากพืช การบูรถูกดูดซึมทางผิวหนังได้ดี และรู้สึกเย็นเมื่อสัมผัสกับผิว หนังเช่นเดียวกับเมนทอล มีฤทธิ์เป็นยาชาและต้านจุลินทรีย์อย่างอ่อนๆใช้ทาเฉพาะที่แก้เคล็ดบวม  เช่นแมลงสัตว์กัดต่อย และโรคผิวหนัง 

พิมเสน  มีลักษณะเป็นเกล็ดเล็กๆ แบนๆ สีขาวขุน กลิ่นหอมเย็น พิมเสนบริสุทธิ์รูปร่างเป็นหกเหลี่ยม ได้จากการนำการบูรมาหุงกับยาอื่น แต่ปัจจุบัน ถ้าเป็นของแท้จากธรรมชาติจะไม่กัดลิ้นแต่จะทำให้เย็นปากคอ

ประโยชน์ทางยา  ใช้สูดดมแก้ลมวิงเวียน ทาภายนอกแก้เคล็ดขัดยอก แต่อาจจะเป็นอันตรายหากสูดดมเนื่องจากสารนี้ทำให้เกิดอาการระคายเคืองบริเวณทางเดินหายใจ นอกจากนี้สารนี้ยังช่วยมีฤทธิ์ระบบประสาทส่วนกลาง 

ข้อพึงระวัง และการใช่ยาดมที่ถูกต้อง

  • การที่เรานั้นสูดดมบ่อยๆนั้นจะทำให้เหยื่อในโพรงจมูกนั้นเกิดอาการระคายเคืองจึงทำให้ทางเดินเมื่อเรานั้นสูดดมเข้าไปและอาจจะทำให้ปอดอักเสบ 
  • การที่เรานั้นสูดดมแบบว่าใกล้ๆแต่ว่าไม่ใช่เป็นกานสัมผัสจมูกโดยตรง 
  • ไม่ควรเอาหลอดยาดมนั้นเข้าไปคาที่จมูกเพราะว่าสารบางตัวนั้นจะระคายเคืองเมื่อเรานั้นเอาไปสัมผัส
  • ควรหลีกเลี่ยงการใช้หลอดยาดมที่สัมผัสจมูกผู้อื่นแล้ว เพราะอาจทำให้ติดเชื้อได้ 
  • ยาสูดดมนี้อาจเกิดอันตรายกับเด็กดังนั้นควรเก็บรักษาไว้ให้ห่างมือเด็ก 

 

สนับสนุนโดย  ชุดตรวจ hiv

คุณแม่ที่กำลังตั้งท้องควรกินผลไม้อะไรบ้าง

คุณแม่ที่กำลังตั้งท้องควรกินผลไม้อะไรบ้างที่จะช่วยให้ลูกน้อยในท้องมีสุขภาพที่แข็งแรง

           อย่างที่เราทราบกันดีว่าอาหารที่คุณแม่กินเข้าไปนั้น สารอาหารจะส่งตรงไปถึงลูกน้อยในครรภ์ดังนั้น คุณแม่ที่กำลังตั้งท้องส่วนมากจึงมักเลือกอาหารที่ดีมีประโยชน์ เพื่อที่จะได้สารอาหารทีครบถ้วนเพื่อนำไปบำรุงสมองและพัฒนาทั้งสมองและกล้ามเนื้อให้กับทารกน้อยในท้อง ซึ่งนอกจากการกินอาหารแล้ว การกินผลไม้ก็มีส่วนทีจะช่วยบำรุงทารกในท้องคุณแม่เหมือนกัน 

มาดูกันว่าในช่วงทีคุณแม่ตั้งท้องนั้น ผลไม้ชนิดไหนบ้างที่กินเข้าไปแล้วจะมีส่วนช่วยเด็กในท้องให้แข็งแรงอย่างไรได้บ้าง สำหรับผลไม้นั้นถือว่าเป็นอาหารที่สมควรอย่างยิ่งที่จะต้องทานมากมากในช่วงที่คุณแม่กำลังมีการตั้งท้อง เพราะในผลไม้จะมีทั้งวิตามิน กรดโฟลิก และเบต้าแคโรทีน ที่จะไปช่วยในเรื่องการพัฒนาสมองของเด็กทารกไม่ให้มีความผิดปกติ รวมทั้งการพัฒนาเซลล์เนื้อเยื่อของสมองทำให้เด็กมีสุขภาพที่แข็งแรงและฉลาด สร้างกระดูกและมีการสร้างภูมิคุ้มกันโรคภัยไข้เจ็บให้กับทารกตั้งแต่อยู่ในท้องของแม่ 

  1. มะม่วง  เป็นผลไม้ตามฤดูกาลที่หากินได้ง่ายมากมีขายทั้งตลาดสดและในห้างสรรพสินค้า และยังมีราคาไม่แพงอีกด้วย ในผลมะม่วงจะมีวิตามินซีสูง ซึ่งเมื่อคุณแม่ที่กำลังท้องกินเข้าไปแล้วในส่วนของการดูแลแม่นั้นจะช่วยลดปัญหาการท้องผูกซึ่งคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์จะพบบ่อยมาก และยังช่วยลดการติดเชื้อตอนที่มีการท้องอยู่อีกด้วย ส่วนผลที่ส่งต่อไปยังลูกนั้นจะช่วยไปสร้างภูมิคุ้มกันให้กับลูกน้อย
  2. แอปริคอต เป็นผลไม้ที่เต็มไปด้วยวิตามิน เอ   ซี และอี และยังมีสาร เบต้าแคโรทีน, ฟอสฟอรัส ซิลิคอน แคลเซียม และโพแทสเซียม โอ้ยเยอะแยะมากมาก ซึ่งสารอาหารต่างต่างเหล่านี้จะไปช่วยในเรื่องของการพัฒนาสุขภาพร่างกายของทารกที่อยู่ในท้องของมารดา และผลต่อแม่ยังช่วยลดความเสี่ยงที่จะเป็นโรคโลหิตจางได้อีกดังนั้นต่อวันจึงควรกินแอปริคอต  2-4 ลูก
  3. สตอร์เบอร์รี่  เป็นผลไม้ในฤดูกาลเช่นเดียวกัน แต่นอกฤดูกาลก็ยังหากินได้อยู่แต่อาจจะมีราคาสูงขึ้นมาหน่อย ซึ่งในสตรอร์เบอร์รี่นั้นมีวิตามินมากมายไม่ว่าจะเป็น เอ ซี  บี1 และบี2 รวมถึง โฟเลต แมกนีเซียม ธาตุเหล็ก สังกะสี และ ฟลาโวนอยด์ เป็นต้น ซึ่งสารต่างต่างเหล่านี้มีส่วนช่วยอย่างมากในการดูแลสมองของทารกไม่ให้ผิดปกติ และยังช่วยเรื่องของการท้องผูกและลดความเสี่ยงในเรื่องของความดันเลือดสูงอีกด้วย

 

สนับสนุนเรื่องราวเกี่ยวกับสุขภาพโดย  ชุดตรวจ hiv